Category Archives: ความรู้สุขภาพ

  • -

โรค/ภาวะที่น่าจะได้ประโยชน์จากสารสกัดกัญชา

โรคภาวะที่น่าจะได้ประ

Credit : ประชาสัมพันธ์ กรมการแพทย์

Please follow and like us:

  • -

ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์

ประโยชน์จากกัญชาทางกา

Credit : ประชาสัมพันธ์ กรมการแพทย์

Please follow and like us:

  • -
website

แพทย์ชี้วัณโรคหายได้หากพบและรักษาตั้งแต่เริ่มแรก

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เตือนหากไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ ไอมีเสมหะปนเลือด เจ็บหน้าอก น้ำหนักลด เบื่ออาหาร เสี่ยงติดเชื้อวัณโรค ควรรีบพบแพทย์เพื่อรักษาเนื่องจากวัณโรคสามารถรักษาให้หายได้หากพบตั้งแต่ระยะแรก

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า วัณโรค เป็นโรคติดต่อจากคนสู่คนผ่านทางอากาศ เมื่อผู้ป่วยวัณโรค ไอ จาม จะทำให้เกิดละอองฝอยฟุ้งกระจายในอากาศ ซึ่งผู้ที่สูดหายใจเอาละอองฝอยที่มีเชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกาย อนุภาคที่มีขนาดใหญ่จะติดอยู่ที่จมูกหรือลำคอซึ่งสามารถก่อโรคตำแหน่งที่สัมผัสได้ แต่อนุภาคที่มีขนาดเล็กจะเข้าไปสู่ถุงลมในปอด หากภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่แข็งแรงจะไม่สามารถควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้ทำให้เกิดการติดเชื้อ วัณโรคสามารถเกิดได้ในอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ส่วนใหญ่มักเกิดที่ปอด (ร้อยละ 80) ซึ่งสามารถแพร่เชื้อได้ง่าย วัณโรคนอกปอดอาจพบได้ในอวัยวะอื่นๆ ได้แก่ ต่อมน้ำเหลือง กระดูก (มักพบที่กระดูกสันหลัง) เยื่อหุ้มปอด ระบบทางเดินปัสสาวะ ลำไส้ เยื่อหุ้มสมอง เยื่อหุ้มหัวใจ ผิวหนัง เป็นต้น สำหรับวัณโรคหลังโพรงจมูกมักเป็นเฉพาะตัวและมีโอกาสเจอได้น้อย โดยจะเกิดจากปอดก่อนแล้วขึ้นไปที่โพรงจมูก พบได้น้อยกว่าร้อยละ 1 ของวัณโรคที่พบนอกปอด ซึ่งถือเป็นกรณีที่พบได้ค่อนข้างยาก โดยทั่วไปอาการของวัณโรคหลังโพรงจมูกผู้ป่วย 1 ใน 3 อาจไม่มีอาการใดๆ , อาจจะเจอต่อมน้ำเหลืองที่คอโต หรือ มีก้อนบริเวณหลังโพรงจมูก การวินิจฉัยวัณโรคหลังโพรงจมูกจึงมักได้จากการตรวจชิ้นเนื้อที่ก้อนหรือต่อมน้ำเหลือง

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพบว่ามีอาการไอเรื้อรังติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ได้แก่ ไอแห้ง ไอมีเสมหะ ไอมีเสมหะปนเลือด เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ มีไข้ต่ำ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย เหงื่อออกผิดปกติตอนกลางคืน ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษา เนื่องจากวัณโรคปอดและนอกปอดเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย อย่างไรก็ตามสามารถป้องกันได้โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด หากจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่กระจายอยู่ในอากาศ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในเด็ก รักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ หากภูมิต้านทานของร่างกายทำงานได้ดี ความเสี่ยงในการติดเชื้อวัณโรคจะลดลง ทั้งนี้ วัณโรคเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้หากพบตั้งแต่ระยะแรก ดังนั้น ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย และที่สำคัญควรรับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงมีสุขอนามัยที่ดีอยู่เสมอ

info-%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b8%ab

Please follow and like us:

  • -
website

กรมการแพทย์ชี้ “เจาะคอ” อีกหนึ่งวิธีการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ควรรู้

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลราชวิถี เผยการควบคุมดูแลทางเดินหายใจเป็นการดูแลระบบการหายใจให้ผู้ป่วยปลอดภัยอย่างเหมาะสมกับอาการ โดยแต่ละวิธีก็จะมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน แพทย์จะตัดสินใจเลือกวิธีการควบคุมทางเดินหายใจที่เหมาะสมที่สุดในการช่วยชีวิตผู้ป่วยแต่ละรายซึ่งการเจาะคอเป็นวิธีการหนึ่งที่สำคัญในการควบคุมทางเดินหายใจ นอกเหนือจากการใส่ท่อช่วยหายใจ

1561708147552

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การเจาะคอเป็นหัตถการรูปแบบหนึ่ง โดยแพทย์จะผ่าตัดใส่ท่อหลอดลมคอผ่านผิวหนังที่ลำคอ เพื่อสร้างทางติดต่อระหว่างหลอดลมกับผิวหนังบริเวณด้านหน้าของลำคอ ทำให้อากาศสามารถผ่านเข้าสู่ปอดโดยไม่ผ่านช่องจมูกและลำคอส่วนบน เพื่อเป็นการบรรเทาอาการอุดกั้นในระบบทางเดินหายใจส่วนบนหรือในการดูแลเสมหะและป้องกันการสำลักในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นระยะเวลานานหรือผู้ป่วยที่มีเสมหะมากไม่สามารถไอออกเองได้ เช่น ผู้ป่วยอัมพาต ผู้ป่วยไม่รู้สติ เป็นต้น

%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%9c%e0%b8%ad2-cc

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางเลือกในการควบคุมทางเดินหายใจนอกเหนือจากการเจาะคอ ได้แก่ 1.การใส่ท่อช่วยหายใจทางปากหรือจมูก เป็นวิธีที่สามารถทำได้รวดเร็วเพื่อควบคุมทางเดินหายใจของผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน แต่หากผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจเป็นระยะเวลานานมากกว่า 2 – 3 สัปดาห์ โดยทั่วไปผู้ป่วยควรได้รับการเจาะคอ 2.การเจาะเยื่อระหว่างกระดูก Cricoid และกระดูก Thyroid เป็นหัตถการที่ใช้เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน ในกรณีที่ไม่สามารถใส่ท่อช่วยหายใจได้ และไม่พร้อมที่จะเจาะคอเนื่องจากมีเวลาจำกัดหรืออยู่ในสถานที่ที่ไม่มีความพร้อมของเครื่องมือ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ป่วยอยู่ในภาวะที่ปลอดภัยแล้วควรเปลี่ยนเป็นการเจาะคอ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถดูแลทางเดินหายใจของผู้ป่วยได้ง่าย ป้องกันปัญหากล่องเสียงและหลอดลมคอตีบแคบ ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่ใส่ท่อหลอดลมคอควรดื่มน้ำมากๆ ดูแลร่างกายให้อบอุ่น หลีกเลี่ยงในที่อากาศเย็นหรือแห้งจัดเพื่อป้องกันการเกิดเสมหะอุดตันที่ท่อหลอดลมคอ ไม่คลุกคลีกับคนที่เป็นหวัดเนื่องจากผู้ที่ใส่ท่อหลอดลมคอจะขาดปัจจัยป้องกันตนเองจากเชื้อโรคในอากาศโดยระบบของทางเดินหายใจส่วนบน และระวังน้ำหรือสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าท่อหลอดลม อย่างไรก็ตามหากพบอาการผิดปกติ เช่น ท่อหลอดลมหลุด ท่อชั้นในหาย หรือใส่เข้าไปไม่ได้ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย มีการ ปวด บวม แดง มีหนอง หรือมีเลือดออกจากท่อหลอดลม ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

************************************************

#กรมการแพทย์  #รพ.ราชวิถี  #การเจาะคอ

– ขอขอบคุณ –
18 ธันวาคม 2562

%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%ad

%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2

Please follow and like us:

  • -
website

กรมการแพทย์ชี้“รู้ทันโรคชิคุนกุนยา”อีกหนึ่งภัยร้ายที่มาจากยุงลาย

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลราชวิถีเผยโรคชิคุนกุนยาเป็นโรคที่มีความรุนแรงแต่ไม่อันตรายเท่าโรคไข้เลือดออก แนะผู้ป่วยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด ปฏิบัติตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค หากมีอาการไข้สูง ปวดข้อ ผื่นขึ้นให้รีบพบแพทย์

1549349352422

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่าโรคชิคุนกุนยา หรือ โรคไข้ปวดข้อยุงลาย เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายสวนและยุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรค พบได้ทุกกลุ่มอายุ รวมทั้งเด็กเล็ก มีอาการคล้ายโรคไข้เลือดออก แต่ต่างกันที่ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจนถึงมีการช็อก โดยทั่วไปเมื่อผู้ป่วยถูกยุงลายที่มีเชื้อไวรัสชิคุนกุนยากัด จะมีระยะฟักตัวของโรค 1-12 วัน แต่ที่พบบ่อยจะอยู่ที่ประมาณ 2-4 วัน และเมื่อครบระยะฟักตัวผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงอย่างฉับพลัน โดยอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ประมาณ 2-4 วัน และไข้จะลดลงอย่างรวดเร็วมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย เนื่องจากเส้นเลือดฝอยในชั้นผิวหนังมีการขยายตัวอาจมีอาการคันร่วมด้วย บางรายอาจมีตาแดงอาการที่พบเด่นชัดในผู้ใหญ่นอกจากปวดข้อรุนแรงแล้ว อาจมีอาการข้ออักเสบร่วมด้วย เช่น ข้อมือ ข้อเท้า ข้อศอก ข้อเข่า เป็นต้นอาการปวดข้อจะพบได้หลายๆ ข้อ และเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ บางครั้งอาจรุนแรงมากจนไม่สามารถขยับข้อได้ โดยอาการจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้อีกภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา และบางรายอาการปวดข้อจะอยู่ได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปีแต่สำหรับในเด็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าผู้ใหญ่

%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%9c%e0%b8%ad2-cc

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าโรคชิคุนกุนยามีความแตกต่างจากโรคไข้เลือดออก โดยโรคนี้จะไม่มีเกล็ดเลือดต่ำอย่างมากจนมีเลือดออกรุนแรง ไม่มีผนังเส้นเลือดฝอยผิดปกติอย่างมากจนมีสารน้ำรั่วจากเส้นเลือดอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้ความดันโลหิตต่ำและเกิดอาการช็อก  อีกทั้ง โรคชิคุนกุนยาจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตอย่างโรคไข้เลือดออก แต่จะปวดตามข้อต่างๆ ของร่างกายโดยทั่วไปโรคนี้ไม่มีการรักษาที่จำเพาะเจาะจงแต่เป็นการรักษาแบบประคับประคอง เช่น การให้น้ำเกลือ หรือการดูแลรักษาตามอาการเช่น ให้ยาลดไข้ (ห้ามใช้ยาแอสไพรินลดไข้เป็นอันขาดเนื่องจากจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น)ยาบรรเทาอาการปวดข้อ  เช็ดตัวด้วยน้ำสะอาดเพื่อช่วยลดไข้ ดื่มน้ำและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการถูกยุงกัดเพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น และปฏิบัติตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำจะต้องปิดฝาให้มิดชิด หรือหมั่นทำความสะอาด เปลี่ยนถ่ายน้ำ ใส่ทรายหรือแบคทีเรียกำจัดลูกน้ำป้องกันไม่ให้ยุงลายมาวางไข่ ซึ่งจะสามารถป้องกันได้ถึง 3 โรค คือ โรคชิคุนกุนยา หรือ โรคไข้ปวดข้อยุงลาย โรคไข้เลือดออก และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ทั้งนี้ ควรดูแลรักษาสุขภาพและรับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและมีอนามัยที่ดีอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามหากพบอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

info-%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2

%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2

Please follow and like us:

ข่าวสารและกิจกรรมล่าสุด

Accessibility