Category Archives: ความรู้สุขภาพ

  • -

หมอตี๋ ห่วงสูงวัยสมองฝ่อ เชิญชวนร่วมกิจกรรม “ออกกำลังกายสมอง”ห่างไกลโรคอัลไซเมอร์

รมช.สธ.เผย พบว่าผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมกรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา จึงได้จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน เช่น การคัดกรองสมองเสื่อม การออกกำลังกายสมองเพื่อให้ความรู้ประชาชน ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์

tkp_8155

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าองค์การอัลไซเมอร์ระหว่างประเทศ (Alzheimer’s Disease International; ADI) ได้ประกาศให้วันที่ 21 กันยายนของทุกปีเป็นวันอัลไซเมอร์โลกซึ่งโรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของอาการสมองเสื่อมในวัยสูงอายุโดยประมาณทุกๆ 68 วินาทีจะมีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้น  1 คนบนโลกใบนี้ ในขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุประมาณ 7  ล้านคน  จากข้อมูลของสมาคมผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยพบว่าร้อยละ 10 ของผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีอาการสมองเสื่อม จะเห็นได้ว่าโรคนี้นับเป็นปัญหาที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ  ทำให้มีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้น เมื่อคนในครอบครัวเป็น โรคสมองเสื่อมนับเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากโรคนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การดูแลผู้ป่วยจึงไม่ใช่เรื่องง่ายจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งการดูแลผู้สูงอายุที่เป็นโรคสมองเสื่อมนั้นเป็นภาระสำคัญสำหรับญาติผู้ดูแล  ที่ต้องให้การดูแลอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเวลาผ่านไป ภาระในการดูแลยิ่งเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากภาวะเสื่อมถอยของสมองที่มากขึ้น และเมื่อบุตรหลานต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ทิ้งให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านเพียงลำพัง อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บกะทันหันได้นำไปสู่ภาวะการติดเตียงต้องพึ่งพาดังนั้น เมื่อผู้สูงอายุ มีอาการที่สงสัยว่าจะมีภาวะสมองเสื่อมควรรีบนำผู้สูงอายุไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

1566960889069

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าโรคอัลไซเมอร์คือสภาวะของสมองเสื่อมลงไม่เพียงเฉพาะเรื่องความจำอย่างเดียวยังรวมถึงความคิดการตัดสินใจและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุแต่ไม่ใช่ภาวะปกติที่พบในผู้สูงอายุเสมอไป ทั้งนี้โรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุของภาวะสมองเสื่อมชนิดที่พบมากที่สุด คือ ร้อยละ 50-70 ผู้ป่วยจะมีอาการหลงๆลืมๆจำความไม่ได้จำเรื่องที่เพิ่งพูดไปได้ไม่นานก็ลืมชอบเล่าเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาเดินหลงทิศทางไม่สามารถแก้ปัญหาง่ายๆอารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนไป สาเหตุเกิดจากการตายของเซลล์สมอง สาเหตุให้การทำงานของสมองเสื่อมลงจนกระทั่งส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยความเครียดก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำลายสมองได้โดยตรงและเร่งให้สมองเสื่อมได้รวดเร็วเร็วขึ้น สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญได้แก่ พฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่นการสูบบุหรี่ดื่มสุราความดันโลหิตสูง ไขมันสูงโรคเบาหวานขาดการออกกำลังกายและกรรมพันธุ์สถาบันประสาทวิทยาเห็นความสำคัญของโรคอัลไซเมอร์จึงได้จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อให้รับรู้ถึงอาการเริ่มแรกของภาวะสมองเสื่อมในวันอัลไซเมอร์โลก โดยมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ เช่น ฝึกออกกำลังสมอง ตรวจคัดกรองภาวะสมองเสื่อม แสดงตัวอย่างอาหารป้องกันสมองเสื่อม บรรยายเรื่อง “การนอนหลับในผู้สูงอายุและปัญหาการนอนหลับ
ในผู้ป่วยสมองเสื่อม” โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่27 กันยายน 2562  ณ ห้องประชุมอาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา สถาบันประสาทวิทยา

*********************************************************************************************************************

#กรมการแพทย์ #สถาบันประสาทวิทยา #โรคอัลไซเมอร์

-ขอขอบคุณ-
20 กันยายน  2562

%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81

Please follow and like us:

  • -

กรมการแพทย์เตือนภัย ยาเสียสาว (GHB) ฤทธิ์รุนแรง อันตรายถึงตาย

กรมการแพทย์โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เตือนภัย “ยาเสียสาว” อันตราย ออกฤทธิ์รุนแรงถึงขั้น ชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้

1527738964711

นายแพทย์ภาสกร ชัยวาณิชศิริรองอธิบดีกรมการแพทย์กล่าวว่า GHB หรือ Gamma Hydroxybutyrateหรือ ที่รู้จักในชื่อ “ยาเสียสาว” เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1 ออกฤทธิ์ทำให้ระบบการทำงานของสมองและประสาทส่วนกลางทำงานช้าลง นิยมใช้กันในกลุ่มนักเล่นกล้าม แต่ในปัจจุบันมีผู้นำไปใช้ในสถานบันเทิง เพื่อวัตถุประสงค์ในการคุกคามทางเพศหรือการมอมยาผู้อื่น จึงถูกเรียกว่า “ยาเสียสาว” มีทั้งรูปแบบ เม็ด ผงแป้ง และ ของเหลวซึ่งจะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่มีรสเค็มเล็กน้อย  ง่ายต่อการนำไปผสมกับเครื่องดื่มต่างๆ   ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะออกฤทธิ์ในระยะเวลาประมาณ 10-20 นาที และออกฤทธิ์นานกว่า 4 ชั่วโมง ผลข้างเคียงในระยะสั้น จะทำให้เกิดอาการมึนงง วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ความจำเสื่อมชั่วขณะ ซึมเศร้า มีอารมณ์ทางเพศ มีปัญหาทางด้านการมองเห็น หากเสพอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะพบอาการนอนไม่หลับ มีปัญหาเกี่ยวกับความทรงจำ เกิดภาวะซึมเศร้า มีปัญหาทางจิต และมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

1524717548412

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนีกล่าวเพิ่มเติมว่าการเสพ GHB ในปริมาณมากหรือเสพร่วมกับยาเสพติดชนิดอื่นๆ หรือร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์จะส่งผลให้เกิดภาวะการใช้ยาเกินขนาด ทำให้เกิดอาการหลงลืม รู้สึกสับสน หัวใจและปอดทำงานช้าลง ความดันโลหิตต่ำ มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ และอาจรุนแรงถึงขั้น ชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้ในที่สุด ทั้งนี้การนำ GHB ไปผสมกับเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อการมอมยา เมื่อดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้ผู้ถูกมอมยารู้สึกอ่อนล้า ความจำเสื่อมชั่วคราว ไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมหรือการถูกคุกคามทางเพศ นอกจากนี้ การเสพ GHB แล้วขับขี่ยานพาหนะ จะทำให้เกิดอาการง่วงซึมและขาดสมาธิในการขับรถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ การใช้ GHB ในปริมาณมากเกินขนาดจึงเป็นอันตรายมากและต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์อย่างเร่งด่วน ย้ำเตือนกลุ่มนักเที่ยวกลางคืน หากพบเพื่อนหรือบุคคลอื่นๆ มีอาการเป็นลมหมดสติ ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

*********************************************

#กรมการแพทย์  #สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี #GHB #ยาเสียสาว

-ขอขอบคุณ-
20 กันยายน 2562

285679_%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%a2%e0%b8%b2

Please follow and like us:

  • -
2222

รมช.สธ.ชูระบบจัดการคิวอัจฉริยะรพ.ราชวิถี การันตีได้ตรวจภายใน 60 นาที

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเผยระบบจัดการคิวอัจฉริยะ “QueQ Application” โรงพยาบาลราชวิถี ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีสารสนเทศการแพทย์มาปรับใช้ในโรงพยาบาลให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อเป้าหมายลดระยะเวลาการรอคอย ลดความแออัดและลดอัตราการเสียชีวิต

tkp_8155

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนไทยเพิ่มมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขมีโรงพยาบาลที่ให้บริการรักษาโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทางแก่ประชาชนอยู่ทั่วประเทศ จึงได้เดินหน้าสู่ Digital Hospital โดยยึดหลักส่งเสริม ป้องกัน รักษาและฟื้นฟูภาวะความเจ็บป่วย สิ่งสำคัญคือเร่งดำเนินการนำเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการแพทย์มาปรับใช้กับระบบการทำงานของโรงพยาบาลให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อเป้าหมายลดระยะเวลาการรอคอย ลดความแออัดในโรงพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิต

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อไปว่า จากนโยบายข้างต้น จึงนำร่องโดยโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่และเปิดให้บริการแก่ประชาชนมากว่า 66 ปี จากสถิติที่ผ่านมามีผู้ป่วยนอกมารับบริการทางการแพทย์มากกว่า 1,000,000 รายต่อปี หรือประมาณ 5,400 รายต่อวัน ในแต่ละวันพบว่ามีความแออัดของผู้ป่วยเป็นจำนวนมากสร้างความไม่สะดวกแก่ผู้รับบริการเป็นอย่างยิ่งจึงได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้สำหรับบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนคือ “ระบบจัดการคิวอัจฉริยะ” (QueQ Application)โดยจะเป็นระบบเรียกคิวผ่านแอปพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนซึ่งทำให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวกเป็นอย่างมาก และสามารถเข้าพบแพทย์ได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ไม่เกิน 60 นาที

1553051255351

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า“ระบบจัดการคิวอัจฉริยะ” (QueQ Application) เป็นระบบจัดการคิวซึ่งสามารถจองคิวพบแพทย์ผ่านแอพพลิเคชั่นจากที่บ้านผู้ป่วยสามารถรู้ระยะเวลาการรอคอยของตนเองได้ตลอดเวลาผ่านโทรศัพท์มือถือ (Smart Phone) แม้ไม่อยู่ในพื้นที่ของโรงพยาบาลจากนั้นระบบจะเตือนผ่านทางโทรศัพท์แจ้งลำดับคิวในการเข้าพบแพทย์ ทำให้คนไข้สามารถบริหารจัดการเวลาระหว่างรอให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น มีคนไข้บางรายชมภาพยนตร์รอ คนไข้บางรายเดินห้างสรรพสินค้ารอ หรือคนไข้บางรายมารับคิวก่อนแล้วกลับไปทำงานก่อนมาพบแพทย์อีกครั้ง เป็นต้นสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนโรงพยาบาลราชวิถีได้ติดตั้งตู้อัจฉริยะ(Self Check KIOSK) เพื่อนำ QR-code มาสแกนได้เช่นกัน โดยทุกตู้จะมีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยระบบจัดการคิวอัจฉริยะนี้ได้เปิดให้บริการเต็มรูปแบบที่แผนกผู้ป่วยนอกศัลยกรรม และขยายไปยังผู้ป่วยนอกของแผนกอายุรกรรมเวชศาสตร์ครอบครัวศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ ตลอดจนห้องยา และการเงินหากได้ผลดีจะขยายระบบไปยังห้องตรวจอื่นๆ ต่อไป ซึ่งสามารถลดความแออัดในโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

****************************************

#กรมการแพทย์ #กระทรวงสาธารณสุข#โรงพยาบาลราชวิถี#คิวอัจฉริยะ

-ขอขอบคุณ-
10 กันยายน 2562

%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e

Please follow and like us:

  • -

กรมการแพทย์ระบุโรคนิ่วในถุงน้ำดีมักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 1-2 เท่า ชี้กลุ่มเสี่ยงคือ ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง ผู้หญิงที่มีบุตรแล้ว ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ธาลัสซีเมีย โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก แนะป้องกันโรคนี้ได้ด้วยการลดกินอาหารมีไขมันและการออกกำลังกายเป็นประจำ

1561708147552

กรมการแพทย์ระบุโรคนิ่วในถุงน้ำดีมักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 1-2 เท่า ชี้กลุ่มเสี่ยงคือ ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง ผู้หญิงที่มีบุตรแล้ว ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ธาลัสซีเมีย  โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก แนะป้องกันโรคนี้ได้ด้วยการลดกินอาหารมีไขมันและการออกกำลังกายเป็นประจำ

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า นิ่วในถุงน้ำดี มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 1-2 เท่า  ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง  ผู้หญิงที่มีบุตรแล้ว  ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน  ธาลัสซีเมีย  โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก มีโอกาสเป็นนิ่วในถุงน้ำดีมากกว่าคนทั่วไป   นิ่วที่อยู่ในถุงน้ำดี เกิดจากการตกผลึกของหินปูน (แคลเซียม) คอเลสเตอรอล และบิลิรูบิน (สารเคมีชนิดหนึ่งที่ให้สีเหลืองออกน้ำตาล เกิดจากการแตกตัวหรือการตายของเซลล์เม็ดเลือดแดงในหลอดเลือด) ที่มีอยู่ในน้ำดี ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการตกผลึกของสารเหล่านี้ เชื่อว่าเกิดจากการติดเชื้อของทางเดินน้ำดี และความไม่สมดุลของส่วนประกอบคอเลสเตอรอลและบิลิรูบินในน้ำดี  การตกผลึกของสารเหล่านี้อาจทำให้เกิดเป็นก้อนนิ่วเพียงก้อนเดียว หรือก้อนเล็กๆ หลายๆ ก้อนก็ได้  ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดนิ่ว 1. ความอ้วน คนอ้วนจะเกิดนิ่วที่มีคอเลสเตอรอล เนื่องจากการบีบตัวของถุงน้ำดีลดลง  2. การได้ฮอร์โมนเอสโตรเจนจากการรับประทานหรือตั้งครรภ์ ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูง 3. การได้ยาลดไขมันบางชนิด ทำให้คอเลสเตอรอลในน้ำดีสูง  4. ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีระดับไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงมากๆ 5. การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายละลายไขมันมากไป

%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%9c%e0%b8%ad2-cc

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เปิดเผยว่า อาการของนิ่วในถุงน้ำดีจะไม่พบอาการผิดปกติแสดงให้เห็นและมักจะตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจเช็คร่างกายบางคนอาจมีอาการท้องเฟ้อบริเวณเหนือสะดือ เรอ คลื่นไส้ อาเจียน คล้ายอาการของอาหารไม่ย่อย ซึ่งมักเป็นหลังกินอาหารมันๆ ในรายที่ก้อนนิ่วเคลื่อนไปอุดในท่อส่งน้ำดี  จะมีอาการปวดบิดรุนแรงเป็นพักๆ ตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวา ซึ่งอาจปวดร้าวมาที่ไหล่ขวา หรือบริเวณหลังตรงใต้สะบักขวา มักปวดนานเป็นชั่วโมงๆ และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย บางคนอาจปวดรุนแรงจนเหงื่อออก เป็นลม อาการปวดท้องมักเป็นหลังกินอาหารมันหรือกินอาหารมื้อหนัก บางคนอาจมีอาการดีซ่าน (ตาเหลือง) เกิดขึ้นตามหลังอาการปวดท้อง การตรวจร่างกายมักไม่พบสิ่งผิดปกติ มักไม่มีไข้ บางครั้งอาจตรวจพบอาการกดเจ็บเล็กน้อยบริเวณใต้ลิ้นปี่และได้ชายโครงขวา สำหรับการรักษาที่ดีที่สุดในปัจจุบัน คือ การผ่าตัดโดยใช้กล้องส่องผ่านทางช่องท้อง เป็นการผ่าตัดแบบใหม่ โดยการเจาะรูเล็กๆ ที่หน้าท้อง ถ้าผู้ป่วยไม่มีถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน การผ่าตัดโดยใช้กล้องส่องผ่านทางช่องท้องสามารถทำได้สำเร็จถึงร้อยละ 95  ทั้งนี้  มีข้อแนะนำว่า  ผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี แม้จะไม่แสดงอาการ อาจตรวจพบตอนไปตรวจรักษาโรคอื่น แพทย์จะแนะนำให้รับการผ่าตัด เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ อาจมีการอักเสบและมีโรคแทรกซ้อนตามมาก็ได้ที่สำคัญโรคนี้ป้องกันได้ด้วยการลดกินอาหารมีไขมัน และการออกกำลังกายเป็นประจำ

****************************************

#โรงพยาบาลราชวิถี #กรมการแพทย์ #นิ่วในถุงน้ำดี

– ขอขอบคุณ –  22 สิงหาคม 2562

นิ่วในถุงน้ำดี Gallstone

Please follow and like us:

  • -

แพทย์ชี้วัณโรคหายได้หากพบและรักษาตั้งแต่เริ่มแรก

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เตือนหากไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ ไอมีเสมหะปนเลือด เจ็บหน้าอก น้ำหนักลด เบื่ออาหาร เสี่ยงติดเชื้อวัณโรค ควรรีบพบแพทย์เพื่อรักษาเนื่องจากวัณโรคสามารถรักษาให้หายได้หากพบตั้งแต่ระยะแรก

1560830373368

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า วัณโรค เป็นโรคติดต่อจากคนสู่คนผ่านทางอากาศ เมื่อผู้ป่วยวัณโรค ไอ จาม จะทำให้เกิดละอองฝอยฟุ้งกระจายในอากาศ ซึ่งผู้ที่สูดหายใจเอาละอองฝอยที่มีเชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกาย อนุภาคที่มีขนาดใหญ่จะติดอยู่ที่จมูกหรือลำคอซึ่งสามารถก่อโรคตำแหน่งที่สัมผัสได้ แต่อนุภาคที่มีขนาดเล็กจะเข้าไปสู่ถุงลมในปอด หากภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่แข็งแรงจะไม่สามารถควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้ทำให้เกิดการติดเชื้อ วัณโรคสามารถเกิดได้ในอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ส่วนใหญ่มักเกิดที่ปอด (ร้อยละ 80) ซึ่งสามารถแพร่เชื้อได้ง่าย วัณโรคนอกปอดอาจพบได้ในอวัยวะอื่นๆ ได้แก่ ต่อมน้ำเหลือง กระดูก (มักพบที่กระดูกสันหลัง) เยื่อหุ้มปอด ระบบทางเดินปัสสาวะ ลำไส้ เยื่อหุ้มสมอง เยื่อหุ้มหัวใจ ผิวหนัง เป็นต้น สำหรับวัณโรคหลังโพรงจมูกมักเป็นเฉพาะตัวและมีโอกาสเจอได้น้อย โดยจะเกิดจากปอดก่อนแล้วขึ้นไปที่โพรงจมูก พบได้น้อยกว่าร้อยละ 1 ของวัณโรคที่พบนอกปอด ซึ่งถือเป็นกรณีที่พบได้ค่อนข้างยาก โดยทั่วไปอาการของวัณโรคหลังโพรงจมูกผู้ป่วย 1 ใน 3 อาจไม่มีอาการใดๆ , อาจจะเจอต่อมน้ำเหลืองที่คอโต หรือ มีก้อนบริเวณหลังโพรงจมูก การวินิจฉัยวัณโรคหลังโพรงจมูกจึงมักได้จากการตรวจชิ้นเนื้อที่ก้อนหรือต่อมน้ำเหลือง

%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%9c%e0%b8%ad2-cc

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพบว่ามีอาการไอเรื้อรังติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ได้แก่ ไอแห้ง ไอมีเสมหะ ไอมีเสมหะปนเลือด เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ มีไข้ต่ำ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย เหงื่อออกผิดปกติตอนกลางคืน ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษา เนื่องจากวัณโรคปอดและนอกปอดเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย อย่างไรก็ตามสามารถป้องกันได้โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด หากจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่กระจายอยู่ในอากาศ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในเด็ก รักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ หากภูมิต้านทานของร่างกายทำงานได้ดี ความเสี่ยงในการติดเชื้อวัณโรคจะลดลง ทั้งนี้ วัณโรคเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้หากพบตั้งแต่ระยะแรก ดังนั้น ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย และที่สำคัญควรรับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงมีสุขอนามัยที่ดีอยู่เสมอ

************************************************

#กรมการแพทย์  #รพ.ราชวิถี  #วัณโรค

– ขอขอบคุณ –
4 กรกฎาคม 2562

Please follow and like us:

Accessibility