แพทย์แนะอาการท้องผูก รู้ก่อน ป้องกันได้

  • -
website

แพทย์แนะอาการท้องผูก รู้ก่อน ป้องกันได้

แพทย์แนะอาการท้องผูก รู้ก่อน ป้องกันได้

          โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์แนะผู้ที่มีอาการท้องผูกควรฝึกให้มีนิสัยการขับถ่ายที่ดี ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและรับประทานอาหาร ดื่มน้ำมากๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่ออนามัยที่ดี ลดเสี่ยงปัญหาสุขภาพ

          นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ท้องผูกเป็นอาการที่พบได้บ่อย เมื่อลำไส้มีการบีบตัวหรือเคลื่อนตัวช้าในระหว่างการย่อยอาหาร ทำให้ไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระออกจากระบบทางเดินอาหารได้ตามปกติ
โดยลักษณะอาการที่เป็นสัญญาณแจ้งเตือน คือ การถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์หรือน้อยกว่าปกติที่เคยเป็นอุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง เป็นเม็ดเล็กๆ รู้สึกถ่ายอุจจาระไม่ออกหรือถ่ายได้ไม่สุด ถ่ายอุจจาระออกได้ยาก ต้องใช้แรงเบ่งมาก มีอาการเจ็บขณะถ่ายอุจจาระอีกทั้งอาจมีอาการท้องอืด ปวดท้อง หรือปวดเกร็งบริเวณหน้าท้องร่วมด้วย ผู้ที่มีอาการดังกล่าวเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 3 เดือน อาการท้องผูกธรรมดาอาจพัฒนากลายเป็นท้องผูกเรื้อรังที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนบางอย่างได้ ได้แก่ โรคริดสีดวงทวาร การเกิดแผลแตกรอบๆทวารหนัก และอาจก่อให้เกิดอาการลำไส้อุดตันได้ดังนั้น หากพบความผิดปกติในการถ่ายอุจจาระเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยหาสาเหตุไม่ได้อีกทั้งมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อ่อนเพลีย น้ำหนักลดลงผิดปกติ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด แม้พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและรับประทานอาหารแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่อาจซ่อนความผิดปกติไว้

          นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุของอาการท้องผูกที่พบบ่อย ได้แก่ การอั้นอุจจาระ การรับประทานอาหารที่มีปริมาณเส้นใยไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย (โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ) การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาระงับปวด ยาลดกรด ยารักษาความดันโลหิตสูงบางชนิด ยาบำรุงที่มีธาตุเหล็ก ยาขับปัสสาวะ ดื่มน้ำน้อย มีน้ำหนักตัวมากหรือน้อยเกินไป ปัญหาความเครียด ตลอดจนปัญหาทางด้านจิตใจ อย่างไรก็ตามอาการท้องผูกสามารถรักษาได้หลายวิธี ได้แก่ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและรับประทานอาหารเช่น การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง โดยเฉพาะผัก ผลไม้และธัญพืช ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 8 – 10 แก้วต่อวัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ขับถ่ายให้เป็นเวลาในแต่ละวัน  และไม่ควรใช้ยาระบายติดต่อกันเป็นเวลานาน หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยการใช้ยา สามารถแบ่งออกได้หลายชนิด เช่น เส้นใยหรือไฟเบอร์มีสารที่มีคุณสมบัติในการดูดน้ำได้ดี อุจจาระจึงนิ่มและถ่ายออกได้ง่าย ยาระบายกลุ่มกระตุ้นช่วยกระตุ้นจังหวะการบีบตัวของลำไส้ให้ทำงานดีขึ้น ยาระบายกลุ่มออสโมซิสช่วยออกฤทธิ์ดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่ลำไส้ใหญ่มากขึ้น ทำให้อุจจาระไม่แห้งและแข็งจนถ่ายออกลำบาก ยาช่วยหล่อลื่นอุจจาระ ยาเหน็บและการสวนอุจจาระ เป็นต้น ทั้งนี้ควรดูแลรักษาสุขภาพและรับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและมีอนามัยที่ดีอยู่เสมอ

************************************************

– ขอขอบคุณ –
28 มิถุนายน 2561

%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84

Please follow and like us:

ข่าวสารและกิจกรรมล่าสุด

Accessibility